น่ารู้! ปัญหาของสุขภาพเล็บที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ผู้หญิงเราเป็นเพศที่ชื่นชอบการทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ แต่การทาสีเล็บบ่อยก็ไม่ดีเสมอไปหรอกนะคะ เพราะเสน่ห์ของผู้หญิงในหลายครั้งก็ไม่ใช่การขึ้นอยู่ที่การมีสีเล็บสวยๆ สะดุดตา หากแต่เป็นการมีสุขภาพเล็บมือเล็บเท้าที่สะอาดสดใส อมชมพูระเรื่อในแบบธรรมชาติต่างหาก เพียงเท่านี้ก็ย่อมส่งผลให้คนรอบตัวมองเราอย่างมีเสน่ห์ได้แล้วเช่นกัน และสาเหตุที่ไม่อยากให้สาวๆ ทาเล็บบ่อยเนื่องจากอยากให้พักเล็บให้เล็บของเราได้มีโอกาสหายใจกันบ้าง และการทาเล็บก็ยังมาพร้อมความเสี่ยงที่จะเกิดโอกาสติดเชื้อรารวมทั้งมีอาการจมูกเล็บอักเสบตามมาได้บ่อยครั้งโดยที่เราไม่เคยเอะใจรู้ตัวกันเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น มาอ่านบทความเรื่องเล็บที่เรานำมาฝากกับสาระน่ารู้ปัญหาของสุขภาพเล็บที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกันดีกว่า

1.จมูกเล็บอักเสบ (Paronychiae) 

ปัญหานี้พบได้บ่อยกับกลุ่มแม่บ้านที่มือมักจะเปียกน้ำอยู่บ่อยครั้งในระหว่างวันจากการทำงานบ้านและทำอาหารนั่นเอง รวมทั้งกลุ่มสาวๆ ที่นิยมทำเล็บตามร้านเสริมสวยทั่วไป เพราะต้องมีการตัดเล็มจมูกเล็บออก ทำให้เกิดช่องว่างในบริเวณซอกเล็บ เมื่อมือโดนน้ำก็จะมีน้ำเข้าไปเซาะขังอยู่ง่ายดายและทำให้เกิดปัญหาจมูกเล็บอักเสบในเวลาต่อมา อาการอักเสบนั้นจะมีลักษณะของเล็บที่บวมแดงนูนออกมา มีอาการเจ็บปวดร่วมกับการอักเสบและมีอาการคันๆ พร้อมกัน เล็บจะมีลักษณะปกติดี แต่จมูกเล็บเมื่อเกิดอาการอักเสบขึ้นแล้วมักจะไม่ค่อยหายขาดค่ะ เพราะจะมีช่องว่างระหว่างขอบเล็บที่ไม่อาจปิดสนิทได้อีกแล้ว โดยส่วนใหญ่หลายคนมักจะเข้าใจว่าตนเองเป็นเชื้อราที่เล็บ

เล็บเป็นเชื้อรา

2.เล็บเป็นเชื้อรา (Tinea Unguium)
ปัญหาเล็บเป็นเชื้อรานี้ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยเท่าไรนัก แต่มักจะพบได้กับผู้ที่ภูมิต้านทานเล็บต่ำโดยพบที่เล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ เนื่องจากเล็บเท้าเกิดความอับชื้นจนเกิดเชื้อราสะสมอยู่มากที่สุด โดยสะสมอยู่ภายในรองเท้าที่คุณสวมอยู่นั่นเอง เมื่อรองเท้าเราสกปรกไม่ได้ทำความสะอาดหรือตากแดดฆ่าเชื้อบ้างเลย ก็ย่อมทำให้เกิดโอกาสที่เล็บเท้าจะติดเชื้อได้ง่ายดายทีเดียวค่ะ เมื่อเล็บเท้าเกิดอาการติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ เล็บก็จะเริ่มมีความหนามากขึ้น แต่เปราะหักง่ายโดยเร็ว มีอาการแข็งกระด้าง บิดเบี้ยวและมีสีที่เปลี่ยนไป จนกระทั่งเล็บหลุดออก สำหรับอาการเชื้อราที่เล็บนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง มักเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ อยู่เสมอนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างกรณีผู้ที่มีโอกาสเป็นเชื้อราที่เล็บได้ง่าย ก็คือผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่มีระบบการไหลเวียนเลือดไม่ดี ผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บและผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำจนทำให้เชื้อราสามารถกินลึกไปถึงตัวนิ้วได้ และอาจส่งให้เกิดอาการเจ็บปวดร่วมไปพร้อมกันด้วยอาการเหล่านี้ส่งผลให้ผู้ป่วยเดินนานๆ ไม่ค่อยไหวและทำให้ไม่สามารถเล่นกีฬาที่ชอบได้สะดวกตามปกติ

หากเป็นเชื้อราที่เล็บมือ ก็จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่นิ้วมือไม่คล่องตัวนัก เช่น หากคุณจะต้องพิมพ์ดีด เล่นเครื่องดนตรีหรือต้องหยิบจับสิ่งของเล็กๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและหยิบสิ่งของได้ไม่ถนัดอีกด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคเอดส์ ฯลฯ ลักษณะของสีเล็บนั้นจะเปลี่ยนไปเป็นสีดำคล้ำขึ้น สีเขียวหรือสีเหลือง ลักษณะของเล็บจะเปลี่ยนรูปร่าง โค้งงอ แตกเปราะง่าย บิดเบี้ยวและเป็นขุย

3.เล็บกร่อน (Onycholysis)
อาการของเล็บกร่อนจะมีลักษณะเล็บผุ กร่อน เปราะแตกหักง่าย เล็บขยุกขยุย เสียรูปทรงและเป็นรอยลูกคลื่นบ้าง มีลักษณะบุ๋ม โค้งงอและหนาขึ้นบ้าง ฯลฯ สีเล็บนั้นจะมีลักษณะต่างไปจากเดิมบ้างเล็กน้อย สำหรับภาวะนี้จะเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน มีวิธีการรักษาและแก้ไขได้ยาก สำหรับช่องทางการป้องกันนั้น หากทานวิตามินบำรุงเล็บอย่างไบโอตินก็จะสามารถช่วยให้สุขภาพเล็บดีขึ้นมาบ้างค่ะ

4. สะเก็ดเงินที่เล็บ (Psoviasis)
หลายคนอาจจะได้ยินกันบ่อยๆ จนคุ้นหูเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน นอกจากจะเกิดขึ้นเป็นสะเก็ดผื่นหนาๆ ที่ศีรษะ ข้อศอก หัวเข่าของคนเราแล้ว ยังสามารถเกิดอาการนี้ได้แม้แต่กับเล็บของคนเราได้อีกด้วย โดยลักษณะของเล็บนั้นจะมีความหนาขึ้นที่ปลายเล็บ โดยสามารถมองเห็นได้ชัด (Subungual hyperkeratosis) เล็บบุ๋ม (Pitting) และเล็บเป็นลูกคลื่น (Ridging)สำหรับการรักษานั้นค่อนข้างยากเพราะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

เล็บมีกลิ่น

เรื่องสุขภาพร่างกายของคนเราไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามล้วนเป็นสิ่งที่เรามองข้ามกันไม่ได้อย่างยิ่ง ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่เว้นแม้กระทั่งเล็บมือและเล็บเท้า ดังนั้น สาวๆ คงต้องให้การใส่ใจดูแลสุขภาพเล็บกันมากขึ้นแล้วนะคะ เพราะหากสุขภาพเล็บมีปัญหามาพร้อมอาการผิดปกติก็ย่อมบ่งบอกได้อีกด้วยว่าเรากำลังเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงใดอยู่หรือเปล่า หากใช่หรือหากพบความผิดปกติของปัญหาเล็บเราก็จะได้รีบรักษาแก้ไขได้ทันท่วงทีนั่นเอง