ปูพื้นฐานชีวิตได้อย่างคุ้มค่าหากรู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว

การที่เรามีเวลาให้ทุกคนในครอบครัวนับว่าเป็นการปูพื้นฐานสำคัญที่มีผลดีต่อสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่และลูก ทุกคนจะสัมผัสได้ถึงสายใยรักอันอบอุ่นที่มีต่อกัน พ่อแม่ก็จะสามารถใช้ช่วงเวลานี้เรียนรู้ ปรับความเข้าใจ ไต่ถามชีวิตการเล่าเรียนและความเป็นไปของลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาในเรื่องหรือปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ได้ ทว่าจะต้องให้คำปรึกษาและแสดงคำพูดที่อ่อนโยนต่อลูกๆ พร้อมแสดงความเข้าใจด้วยความเข้าใจแท้จริงเท่านั้น เด็กๆ ก็จะยิ่งอุ่นใจกับการมีคุณใส่ใจและทำให้พวกเขาเติบโตมาท่ามกลางสัมคมที่ไม่โหดร้ายจนเกินไป อีกทั้งยังกระตุ้นให้เขาเป็นเด็กดีและมองสิ่งรอบตัวในแง่บวกได้ทุกครั้งด้วย

ปูพื้นฐานชีวิตได้อย่างคุ้มค่าหากรู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว

การใช้เวลาอยู่ร่วมกันสำหรับคนในครอบครัว
เป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยอาจจะจัดขึ้นในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
– ได้มีช่วงเวลาฟื้นฟูความสัมพันธ์
การฟื้นฟูด้านความสัมพันธ์ ได้แก่ การให้คำปรึษา พูดคุย การปลอบโยน กระทั่งการโอบกอดกันเพื่อแสดงการให้กำลังใจ เป็นต้น
– ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
ได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน เช่น การทำอาหาร ทำงานบ้าน สอนการบ้านให้กัน อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ดูทีวี ฟังเพลง เล่นหมากฮอสหรือครอสเวิร์ดเพื่อกระตุ้นการบริหารสมอง เป็นต้น

ปูพื้นฐานชีวิตได้อย่างคุ้มค่าหากรู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว

 

– การทำกิจกรรมร่วมกันนอกบ้าน
เป็นการพาสมาชิกทุกคนไปร่วมกิจกรรมต่างๆ นอกสถานที่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้ทุกคนผ่อนคลายต่อกันยิ่งขึ้น อาจจะจัดขึ้นในทุกช่วงเวลาของวันหยุดสักสัปดาห์ละครั้ง เช่น การออกไปรับประทานอาหารด้วยกันหรือปิคนิคนอกบ้านท่ามกลางสวนสาธารณะที่อากาศดีๆ การดูภาพยนตร์ด้วยกัน ไปออกกำลังกาย ชวนกันเล่นกีฬา เที่ยวต่างจังหวะ ทำบุญเข้าวัดฟังธรรมและเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชมหรือกิจกรรมที่สังคมจัดขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ เป็นต้น

ปูพื้นฐานชีวิตได้อย่างคุ้มค่าหากรู้จักแบ่งเวลาให้ครอบครัว

การให้เวลากับคนในครอบครัวอย่างมีคุณภาพ
เป็นการให้เวลากับสมาชิกทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดการทำกิจกรรมที่มีคุณค่าร่วมกัน อีกทั้งยังนับว่าเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกคนภายในบ้านได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ส่งผลประโยชน์ในแง่ของความคิด ความรู้สึกและการปฏิบัติตนต่อกัน สำหรับผู้ปกครองก็อาจจะได้ทำหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนและเลี้ยงดูบุตรมากขึ้น เป็นการกระตุ้นส่งเสริมในด้านของการพัฒนาเด็ก

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวมีความกระชับ แน่นแฟ้นต่อกันยิ่งขึ้น เด็กๆ ที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นหรือจากวัยรุ่นกำลังก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ในอนาคตก็จะกลายเป็นเด็กที่มีความมั่นคงในชีวิต เชื่อมั่นในตัวเอง รักทุกคนในครอบครัว เข้าใจผู้อื่น มีจิตใจเมตตาผู้คนรอบตัวพร้อมกัน และที่สำคัญสิ่งเหล่านี้ยังช่วยสะท้อนผลักดันให้เขาสามารถต่อสู้ชีวิตในสังคมต่อไปได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น พ่อแม่และลูกควรหมั่นหาเวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันบ้างอย่างน้อยสัก 1 วันต่อสัปดาห์ รับรองว่าปัญหาภายในบ้านจากการที่ทุกคนไม่เข้าใจกันหรือแม้แต่ปัญหาของลูกๆ ก็จะลดน้อยลงอย่างแน่นอนค่ะ