วิธีป้องกันและรักษาอาการที่เกิดจากการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายตามที่เราทราบกันทั่วไปย่อมทำให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงกันจริงมั้ยคะ แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเราไม่ทันระมัดระวังหรือสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกาย อาการดังกล่าวก็ย่อมทำลายสุขภาพเราให้เกิดความเจ็บป่วยตามมาได้ ดังนั้น วันนี้เราจึงมีคำแนะนำในการรับมือและป้องกันอาการบาดเจ็บรวมถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายมาแนะนำให้ได้ทราบกันค่ะ เพื่อให้สุขภาพของคุณดีขึ้นและหมดห่วงจากการออกกำลังกายอีกต่อไป มาดูกันเลยว่ามีอาการอะไรบ้างและรับมือป้องกันรักษาอย่างไร

Athletic-woman1

1. เจ็บแปลบบริเวณซี่โครง
หลายคนที่เพิ่งออกกำลังกายใหม่ๆ หรือเพิ่งทานอาหารอิ่มใหม่แล้วมาออกกำลังกายเชื่อว่ามักจะมีอาการเจ็บจี๊ดแปลบๆ เหมือนมีใครเอามีดมาแทงบริเวณซี่โครง หลังจากออกกำลังกายไปได้สักครู่แล้ว อาการดังกล่าวแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเองก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเท่าไรนัก แต่คาดเดากันไปหลายอย่างว่าอาจเกิดจากกระบังลมกระตุกอย่างรุนแรงหรือจากการที่เราหายใจผิดจังหวะอย่างกะทันหัน

การป้องกันและรักษา
ควรทานอาหารเบาๆ ก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที และหากออกกำลังกายแล้วมีอาการเจ็บจี๊ดดังกล่าวให้หยุดยืนนิ่งแล้วชูแขนเหนือศีรษะหรือกางแขนออกกว้าง หายใจ-เข้าช้าๆ ลึกๆ อย่างผ่อนคลาย นอกจากนี้ ก่อนออกกำลังกายควรทำการวอร์มร่างกายก่อนจะดีที่สุด

fitness-sport

2. ลมพิษ
เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว บวกกับฝุ่นและเหงื่อจึงจับตัวรวมกันก่อให้เกิดลมพิษขณะออกกำลังกายขึ้นมาได้ง่ายๆ ซึ่งอาการนี้หลายคนล้วนเป็นกันได้ทั้งสิ้น

การป้องกันและรักษา
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในสถานที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะรวมถึงที่ๆ อากาศร้อนจัด ยิ่งหากคุณเป็นภูมิแพ้อยู่ด้วยแล้ว ยิ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อสอบถามถึงกีฬาที่ควรเล่นเพื่อความเหมาะสม และควรหายามาไว้ทาเพื่อป้องกันการเกิดลมพิษก่อนออกกำลังกายไปพร้อมกันด้วย

Side-plank-yoga

3. หน้าแดงจัด
เมื่อร่างกายถูกใช้พลังงานมาก เส้นเลือดฝอยบริเวณใบหน้าของเราจะเกิดการขยายตัวเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลง จึงทำให้ใบหน้าของเราแดงจัดคล้ายลูกตำลึงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางยิ่งค่อนข้างเห็นอาการแดงจัดได้อย่างชัดเจนทีเดียว

การป้องกันและรักษา
ไม่ควรไปออกกำลังกายในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัด ควรออกในที่ที่ปลอดโปร่งมีอาการถ่ายเทโล่งสบาย และหลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้วควรล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทันที แต่หากหลังจากออกกำลังกายไปแล้ว 30 นาที อาการยังไม่ดีขึ้นหรือยังไม่หายแดง อีกทั้งยังพบว่ามีผื่นขึ้นตามใบหน้า แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาทันทีดีกว่า

Laying-In-Bed

4.น้ำมูกไหล
หากสถานที่ที่เราไปออกกำลังกายนั้นมีอากาศค่อนข้างเย็นหรือแห้งจัดก็ย่อมส่งผลให้เกิดอาการน้ำมูกไหลแบบกะทันหันได้ แพทย์เรียกอาการนี้ว่า โรคจมูกอักเสบเนื่องจากการออกกำลังกายนั่นเอง โดยสาเหตุหลักนั้นเกิดจากการที่เรามีอาการเหนื่อยหอบแล้วสูดอากาศหายใจเข้าปอดแบบรุนแรง จึงส่งผลให้สูดเอาอากาศเย็นแห้งๆ เข้าสู่ปอดอย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้จมูกเกิดการผลิตเมือกออกมาเพื่อป้องกันรักษาเยื่อบุในโพรงจมูกเอาไว้นั่นเองค่ะ

การป้องกันและรักษา
โดยปกติ หากการออกกำลังกายทุกครั้งมักมีอาการน้ำมูกไหลมาพร้อมกันเสมอก็แนะนำให้ขอยาสำหรับพ่นจมูกกับแพทย์ เพื่อจะได้พ่นเตรียมป้องกันเอาไว้ก่อนออกกำลังกายสักประมาณ 30 นาที และควรพกกระดาษทิชชูเอาไว้ซับน้ำมูกไว้พร้อมกันค่ะ

Woman-in-the-toilet

5. ท้องเสียหลังออกกำลังกาย
ผู้ที่ออกกำลังกายมาหนักๆ มักเกิดอาการท้องเสียได้ง่าย โดยแพทย์ได้ชี้แจงสาเหตุเอาไว้ว่า ช่วงเวลาที่เราออกกำลังกายระบบเลือดจะเกิดการสูบฉีดหรือไหลเวียนดีขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดีกว่าปกติและนั่นจึงทำให้เกิดอาการท้องเสียในบางคนขึ้นได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่ร่างกายขาดน้ำด้วยแล้วหรือผู้ที่มีมีอาการตื่นเต้นก่อนออกกำลังกาย

การป้องกันและรักษา
ควรออกกำลังกายหลังจากทานอาหารไปแล้วเป็นเวลา 2 ชั่วโมง สำหรับอาหารที่ทานไม่ควรเลือกทานประเภทไฟเบอร์สูง ไขมันและให้คาเฟอีนสูง รวมถึงสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เนื่องจากสารประกอบของอาหารดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียขึ้นได้ง่าย และก่อนออกกำลังกายควรทำการขับถ่ายให้เรียบร้อยเสียก่อน รวมถึงการหมั่นดื่มน้ำอย่างเพียงพอต่อวัน ทั้งดื่มก่อนและหลังจากออกกำลังกายด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำนั่นเองค่ะ

จริงอยู่ที่การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันโรค ทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ อาการที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายก็มีให้พบเห็นได้ด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่มีอาการดังกล่าวก็ควรทำตามคำแนะนำเพื่อป้องกันและรักษาดังที่เราแนะนำดีกว่า การออกกำลังกายจะได้ยิ่งส่งผลให้สุขภาพยิ่งแข็งแรงมากขึ้นไปตลอดทุกวันยังไงล่ะคะ