รู้ไว้! 5 พฤติกรรมใดในระหว่างวันที่ทำลายสุขภาพเท้าให้แย่ขึ้น

สุขภาพเท้าของคนเราก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจดูแลเช่นกัน เพราะหากเท้าของเราเป็นอะไรไป ไม่ว่าจะมาพร้อมอาการอักเสบของกระดูก ข้อหรือเอ็นต่างๆ ก็ย่อมทำให้การใช้ชีวิตในระหว่างวันของเราพลอยลำบากไปด้วย ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่ามี 5 พฤติกรรมใดในระหว่างวันที่ทำลายสุขภาพเท้าให้แย่ขึ้นบ้าง เพื่อที่จะได้รับมือป้องกันสุขภาพเท้าไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บตามมานั่นเอง

feet เท้า รองเท้า เล็บเท้า เล็บ เดิน

1. การเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
ปกติแล้ว เท้าของเราเหมาะสมกับการเดินบนพื้นเรียบหรืออ่อนนุ่มแบบธรรมชาติเท่านั้น เช่น พื้นดิน เพราะเวลาที่เราย่ำเท้าลงไปพื้นก็มีความอ่อนยวบมีความชุ่มชื้นนุ่มเท้าและพื้นดินก็รองรับเท้าเราให้สัมผัสกับความยืดหยุ่นไปพร้อมกันด้วยนั่นเอง นับว่าซัพพอร์ตกับการทิ้งน้ำหนักเท่าได้อย่างสมดุลพอดีกัน ต่างจากพื้นแข็งอย่างพื้นซีเมนต์ พื้นกระเบื้องและแม้แต่พื้นในบ้านที่มีความแบน แห้งและหยาบกระด้างไม่อ่อนนุ่มเท้า ดังนั้น การเดินด้วยน้ำเปล่าบนพื้นแข็งกระด้างเหล่านั้นเพียงแค่ 5,000-10,000 ก้าว/วัน ก็ส่งผลมากพอที่จะทำให้เกิดอาการปวดเท้า ส้นเท้า ฝ่าเท้า กระทั่งส่งผลให้ยิ่งปวดหัวเข่าตามมาพร้อมกันได้ด้วย

2. การสวมรองเท้าส้นแบนหรือรองเท้าแตะนิ่ม
สาวๆ ทราบกันไหมว่าการสวมรองเท้าแตะแบบพื้นบางแข็งๆ นิ่มๆ ย่อมมีความเสี่ยงทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของเท้าได้ เพราะเมื่อเราสวมใส่ไปนานๆ จะส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยจนกระทั่งเกิดอาการอักเสบของเท้าขึ้นมาพร้อมกันได้
สาเหตุก็เนื่องมาจากพื้นรองเท้านุ่มๆ เหล่านี้มีแนวโน้มส่งผลให้ลักษณะเท้าของเราบิดเข้ามายังด้านใน (Over Pronation)ได้เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เท้านิ้วโป้งและบริเวณที่ไล่ลงมามีการรองรับน้ำหนักตัวมากกว่าส่วนอื่น การเดินบนพื้นรองเท้าลักษณะนี้จึงเสี่ยงให้เกิดการบาดเจ็บเท้าตามมาอย่างมาก ก่อให้เกิดอาการปวดส้นเท้า เอ็นส้นเท้าอักเสบ เอ็นร้อยหวายอักเสบ มีอาการปวดแข้ง ปวดเข่า ลามไปจนกระทั่งเกิดอาการปวดเอวและหลังช่วงล่างตามมา ดังนั้น แนะนำให้เลือกซื้อรองเท้าแบบส้นแบนหรือรองเท้าแตะที่สวมใส่แล้วเดินสบายสักคู่ มากกว่าการเลือกซื้อแบบแฟชั่นสวยๆ แต่สวมใส่แล้วเกิดอาการปวดเมื่อยเท้าดีกว่า

3. การเดินผิดวิธีส่งผลให้น่องโตได้
ส่วนมากสาเหตุที่น่องโตนั้นล้วนเกิดจากการที่เราออกกำลังกายอย่างหนัก จนไขมันที่ขาหายไปแต่กลายมาเป็นก้อนกล้ามเนื้อขึ้นแทนอย่างชัดเจนนั่นเอง สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวมากเกินปกติก็ย่อมประสบปัญหาน่องโตได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากท่วงท่าการเดินของคุณที่ผิดวิธี ทำให้กล้ามเนื้อน่องทำงานหนักเกินไป ดังนั้น แนะนำให้ปรับเปลี่ยนการเดินใหม่ เช่น แต่ละครั้งที่คุณจะก้าวขาเดินขึ้นบันไดแทนที่จะก้าวพรวดให้ถึงด้านบนโดยเร็วๆ ก็ให้หยุดทุกขั้นที่คุณก้าวแล้วเหยียดขาให้น่องทั้งสองข้างตึงเสียก่อน จึงค่อยก้าวขาขึ้นขั้นต่อไปค่ะ

ออกกำลังกาย เท้า

4. ออกกำลังกายโดยไม่ได้วอร์มก่อน
การออกกำลังกายเราควรต้องทำการวอร์มก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เท้าของเราบาดเจ็บ หากคุณจะต้องออกกำลังกายด้วยการวิ่งเร็วๆ แนะนำให้เริ่มวอร์มจากการค่อยๆ เดินช้าก่อน จากนั้นจึงค่อยสปีดความเร็วมากขึ้นในเวลาต่อมา นอกจากการใส่ใจเรื่องการวอร์มแล้ว การเลือกสวมรองเท้าที่เข้ารูปกระชับพอดีเท้าของคุณก็จะช่วยรองรับไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บเท้าในระหว่างออกกำลังกายได้ด้วย

5. ปล่อยตัวให้น้ำหนักเกินมาตรฐาน
มีการวิจัยพบว่าการที่เราปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลต่อสุขภาพเท้าของเราไม่น้อย เนื่องจากเท้าสองข้างจะต้องทนแบกรับภาระน้ำหนักที่มากกว่าปกติ น้ำหนักที่กดลงบนเท้าสองข้างตลอดเวลาจะยิ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดเท้า และหากปล่อยทิ้งไว้นานจะนำไปสู่การเกิดโรคเอ็นร้อยหวายอักเสบหรือโรคข้อเสื่อมตามมาได้อีกด้วย และหากผู้ที่มีน้ำหนักเกินต้องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก คุณควรเลือกประเภทการออกกำลังกายที่ไม่กระทบกระแทกกับข้อเท้าหรือยิ่งส่งผลให้เท้าต้องแบกรับน้ำหนักมากจนเกินไป เช่น การว่ายน้ำ แอโรบิคในน้ำและโยคะ เป็นต้น การออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยรักษาสุขภาพเท้าได้ดียิ่งกว่าและทำให้การลดน้ำหนักค่อยๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามมาได้ด้วย

สาวๆ ที่กำลังมีปัญหาในเรื่องน้ำหนักหรือแม้คุณจะไม่มีน้ำหนักส่วนเกินให้ต้องกังวล แต่การดูแลสุขภาพเท้าก็เป็นสิ่งที่คุณจะต้องดูแลใส่ใจเช่นเดียวกันนะคะ โดยเฉพาะการเลือกสวมรองเท้าแฟชั่น สวยแต่สุขภาพเท้าไม่ดี มีอาการเจ็บปวดตามมา อย่างไรก็ไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ